โฉนดที่ดิน...ยื่นแนบขอวีซ่ามีผลอย่างไร


คำถามนี้มีที่มา ..และน้องๆก็ถามกัน พี่มานั่งวิเคราะห์จากประสบการณ์การทำงานกว่า 20 ปีด้านงานแนะแนว โดยเฉพาะ ออสเตรเลีย นี่ถือว่าเป็นจุดกำเนิดของการทำงานด้านนี้เลยก็ว่าได้

ตอนสมัยที่เข้าสู่วงการการทำงานเอเจนท์เรียนต่อ ก็เป็นพนังงานบริษัท..ตอนนั้นบริษัทส่งนักเรียนที่ออสเตรเลียที่เดียว ช่วงหลังมาเพิ่ม ประเทศอื่นๆเข้าไปอีก

ดังนั้นพี่จึงมีความรู้เรื่องของออสเตรเลียมายาวนานมาก ทำงานบริษัทอยู่ 7 ปี ...เมื่อถึงเวลาก็ต้องเติบโตเอง 2013ออกมา...ทำงานด้วยตัวเอง สมัครเป็นเอเจนท์กับสถาบันเอง 7 ปีทำให้ใครต่อใครก็รู้จัก..มันจึงไม่ยากนึกสำหรับการเริ่มธุรกิจ แต่อย่างไรก็แล้วแต่...การที่ทำจะธุรกิจนี้ได้ไม่ใช่มีสถาบันสำหรับส่งนักเรียน ต้องมีความเข้าใจหลายๆด้านประกอบกัน คอร์สการเรียน เรื่องของวีซ่า ภาษาอังกฤษก็ต้องดี มีทักษะเรื่องของการขาย . ทำงานเอกสารเก่งแต่ขายไม่เก่งก็อยู่ไม่รอด ขายเก่งแต่งานเอกสารไม่ดี ..วีซ่าไม่ผ่านก็ไม่ได้ตังค์ ดังนั้นคนที่ทำงานด้านนี้ครบเครื่องในหลายเรื่องที่ต้องทำได้ . น้องๆรุ่นใหม่ๆที่อยากทำงานด้านนี้สามารถศึกษาได้ค่ะ เริ่มจากต้องภาษาอังกฤษดีก่อน แล้วก็สมัครงานไปยังเอเจนท์ที่เปิดรับสมัคร ถ้ายังไม่มีประสบการณ์ก็เริ่มจากเอเจนท์ที่มีพนักงาน 2-3 คนเรียนรู้งานให้ครบทุกสเต็ป ควรมีประสบการณ์อย่างน้อย 2 ปีค่อยหาบ้านใหม่อยู่ ค่าตอบแทนสำหรับเงินเดือนคนทำงานด้านนี้ก็อยู่ที่หมื่นกว่าบาท หรือสองหมื่น ...ดูไม่มากแต่หากมีค่าคอมอื่นๆเข้ามาเสริม -- ไปเรียนออสฯต้องมีเงินโชว์ คือเงินที่โชว์ต้องเพียงพอสำหรับการอยู่ในออสเตรเลียเท่ากับระยะเวลาที่ต้องการไปเรียน ...เช่น ต้องการไปเรียน 6 เดือนก็ต้องมีเงินค่าเรียน ค่ากินอยู่ ครบหกเดือน ...แต่เหลือดีกว่าขาด . แล้วถ้าไปเรียน 3 ปีค่ะ..ต้องมีเงินมากขนาด 3 ปีเลยหรือ ไม่ค่ะ..คำนวนเฉพาะปีแรกของการไปอยู่ ส่วนปีที่ 2 ที่ 3 นั้นไม่ได้เอามาคำนวน ...พูดแบบนี้ให้เข้าใจกันง่าย . ยกตัวอย่างเช่น ...ค่าใช้จ่ายต่อเดือนที่ 45,000 บาท คิดที่ 12 เดือน จะได้ยอดที่ 540,000 อันนี้คือประเมินแบบให้เข้าใจง่าย..ในส่วนนี้ต้องหักการชำระค่าเรียนออกไปแล้ว เงินนี้ควรเป็นเงินพร้อมใช้จ่าย -- โฉนดที่ดิน....ยื่นไปมีผลหรือไม่ อันนี้ขอแยกเป็นสองส่วน คือที่ดินของตัวนักเรียนเอง หรือที่ดินของผู้สนับสนุน . ที่ดินนั้นเป็นอสังหาริมทรัพย์ ที่มีความคล่องตัวต่ำ..แต่มีราคาในอนาคตที่ประเมินค่ายาก ที่พี่บอกแบบนี้คือราคาประเมินที่ดินจากหน่วยงานของรัฐและราคาที่ดินที่ซื้อขายในตลาดแตกต่างกันอย่างยิ่ง การจะเอาราคามายืนยันจึงเป็นเรื่องที่ออกจะยากสักหน่อย แต่มันก็มีข้อดีนะ . ถ้าการถือครองที่ดินนั้นเป็นของตัวผู้สมัครวีซ่าเอง ...นั่นหมายความว่าผู้สมัครมีทรัพย์สิน และมีภาระผูกพันธ์ ยิ่งมีที่ดินในเขตที่ราคาแพงนั่นหมายถึงความยึดโยงในการกลับมาทำมาหากินและสร้างธุรกิจมีส่วนเป็นอย่างยิ่ง อันนี้เอเจนท์ต้องชี้ชัดและเขียนประเด็นให้เป็นที่น่าสนใจ ทำอย่างไรให้อิมฯเข้าใจว่าเราต้องกลับมามีชีวิตที่บ้านเกิด

ในกรณีที่ดินเป็นของผู้สนับสนุน ...พ่อแม่ อันนี้ก็ตีประเด็นไปที่ข้อด้านบนได้

แต่ถ้าในกรณีที่เป็นของญาติพี่น้อง..ไม่ค่อยมีความสำคัญมากนัก แต่ก็ยื่นได้เพื่อแสดงฐานะประกอบกัน -- ดังนั้นคำถามที่ว่า "โฉนดที่ดินมีผลต่อการได้วีซ่าหรือไม่" คิดว่ามีส่วน ...แต่คนที่จะทำให้เรื่องนี้มีส่วน มาก หรือ น้อย ก็ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของผู้ทำเคส ที่จะบรรยายให้ตรงประเด็นและเป็นที่น่าสนใจมากน้อยเพียงไร . การเขียน GTE ที่ยาวเกินไปนั้นไม่ได้ส่งผลดีต่อตัวของนักเรียนเท่าไหร่....อันนี้คือความคิดเห็นส่วนตัวของพี่ GTE ที่ดีคือต้องครบองค์ประกอบที่อิมฯต้องการ และเติมเนื้อหาส่วนที่สำคัญและมีความโดดเด่นเข้าใป -- เราจะจ้างใครเขียน GTE ให้ ประเด็นนี้จะมาเขียนต่อไป แต่ที่แพลนฯ เราเขียนให้นักเรียนเราทุกคน -- สิพิม พิวัธธงไชย Content Editor/ Senoir Education Consult PLAN Study Agency

ดู 37 ครั้ง0 ความคิดเห็น