ออกจากกับดักความจน..ต้องคิดอย่างไร

เพราะคิดแบบนี้..ถึง "จน" ไม่สิ้นสุด..

Life Style แบบคนรวย 20/80 - การศึกษาไม่ได้การันตีว่าคุณจะร่ำรวย ไม่เช่นนั้นคนที่จบ ดร. คงรวยทุกคน แต่คนที่จะร่ำรวยหรือสำเร็จได้นั้น ต้องศึกษา ความรวยนั้น..ไม่ใช่เรื่องของโชค ความรวยนั้น..ส่วนหนึ่งเป็นเรื่องของความกล้าหาญ และความมีวินัย ความเข้าใจ และรูปแบบการใช้ชีวิต - มีนักเรียนคนหนึ่งของ แพลนฯ เพิ่งได้วีซ่าไป ที่น่าดีใจคือเคสนี้เคยถูกปฎิเสธวีซ่ามาก่อน และการปฎิเสธนั้นเกิดขึ้นตอนที่น้องยื่นในออสเตรเลียด้วย พอกลับมาไทย ..ตั้งหลักอยู่นาน เมื่อพร้อมก็เริ่มต้นใหม่ เลือกแพลนฯ เป็นเอเจนท์ ดิฉันมาวิเคราะห์เคสแบบนี้ ..การปฎิเสธเกิดได้จากหลายสาเหตุ ไว้มีโอกาสจะเล่าให้ฟัง ..แต่เรื่องนี้ยืนยันว่า คนที่เคยถูกปฎิเสธวีซ่า..มีโอกาสได้ใหม่ หากทำตามขั้นตอนและการเตรียมตัวที่ถุกต้อง / อีกเรื่องหนึ่งคือ ...ไม่แน่เสมอไปว่าการได้วีซ่ามาถึงออสเตรเลียแล้ว จะทำให้คุณต่อวีซ่าหรือว่าอยู่ต่อได้ ทุกอย่างมีเหตุและผลของมัน / นักเรียนคนนี้มีความสามารถด้านศิลปะเรื่องการออกแบบ มีผลงานศิลปะหลายชิ้น น่าประทับใจ ดิฉันเป็นคนชอบเสพงานศิลป์ จึงรู้สึกปลาบปลื้มใจอย่างมากที่มีส่วนทำให้น้องได้วีซ่า กลับมาออสเตรเลีย และสานฝันในการเรียนต่อ ด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่นี่ "กระเป๋าผ้าของ แพลนฯ มีคนออกแบบแล้ว" คนที่สนใจอยากได้ ดิฉันจะแจกให้ฟรี แต่ท่านต้องเสียค่าส่งเอง สามารถคอมเมนต์ในโพสต์นี้ได้ค่ะ "ของดี ฟรี ส่งเสริมความสามารถเด็กไทย" นี่คือ Concept ที่ดิฉันอยากทำ - ในโลกนี้มีคนรวยอยู่จำนวนไม่มาก คนส่วนใหญ่ยากจน และมีคนเพียงส่วนหนึ่งที่อยู่ระดับกลาง คุณเคยสงสัยหรือไม่ว่าทำไมคนจนเหล่านั้นพวกเขา ไม่สามารถหลุดออกจากกับดักชีวิตแบบเดิมๆได้ คำตอบคือ ..เพราะพวกเขาไม่เคยเปลี่ยนความคิด - ความคิดหรือ Mind set นั้นเป็นบ่อเกิดของทุกอย่าง เรื่องนี้สำคัญ ..การสร้าง Mind set เริ่มจากการเลี้ยงดูของครอบครัว การศึกษา สังคม ..และประสบการณ์ชีวิต เรียกได้ว่าผนวกกันหลายอย่าง "อยากเลิกจนต้องเปลี่ยนวิธีคิด" - //เดี๋ยวค่อยออม คนจนได้เงินมาจะไม่คิดถึงเรื่องของการออม พวกเขาจะใช้จ่ายเงินในสิ่งที่อยากได้ก่อนเสมอ แม้แต่ในเรื่องพื้นฐานบางอย่างพวกเขาก็ละเลย นั่นเป็นเพราะว่าพวกเขาอยากได้ความรู้สึกของการครอบครอง ในสิ่งที่อยาก ...หากพวกเขาต้องการร่ำรวย ให้คิดเรื่องการออมมาก่อน และตามด้วยการซื้อของจำเป็นพื้นฐานที่ต้องมี - //จนมาทั้งชีวิตแล้วเปลี่ยนแปลงไม่ได้หรอก นี่คือความคิดของคนที่สิ้นหวัง..คนที่คิดแบบนี้ พวกเขาจะอยู่กับความเคยชินแบบเดิมๆ "ตายก่อนได้ใช้เงิน ดีกว่าอยู่จนแก่แต่ไม่มีเงินใช้" ไม่ว่าคุณจะอายุเท่าไหร่ คุณสามารถปรับตัว และปรับความคิดของตัวเองได้ เพื่อความสมดุลและความสุขที่แท้จริง "คุณเปลี่ยนแปลงได้" เริ่มจากความคิดนี้ - //คนจนส่วนใหญ่อยากให้คนเข้าใจว่าตัวเองรวย พวกเขาจึงซื้อข้าวของที่ไม่จำเป็นต่อชีวิต เพื่อสร้างความประทับใจหรือทำให้ใครสักคนทึ่ง ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่คนรวยไม่ทำกัน คนรวยมี Life Style รวยได้เพราะ . เขาแบ่งเงินรายได้ 20% มาดูแลตัวเองหรือซื้อสิ่งของเพื่อนำมาใช้ ...อีก 80% พวกเขาแบ่งไปออม และลงทุน ส่วนคนจน ...จะสวนทางกับสิ่งนี้ ขอให้คุณวกกลับไปอ่านด้านบน เรื่องที่คนจนทำตอนได้รับเงิน . //จนเพราะทนไม่ได้ที่เห็นใครมีเกินหน้า บ้านนั้นออกรถใหม่ ...เราอยู่ข้างบ้านเขาเราจะน้อยหน้าไม่ได้ "ในชีวิตนี้คุณเคยทำเรื่องแบบนี้หรือไม่" ถ้าเคย...แสดงว่าคุณใช้เงินผิดอย่างมาก การซื้อสิ่งของเพื่อแข่งขันกับคนอื่นๆ เป็นเรื่องไร้สาระ เปลี่ยนวิธีคิดใหม่...ถ้าใครสักคนซื้อรถคันใหม่ หันกลับไปมองที่ตัวเอง..แทนที่จะซื้อรถเหมือนเขา เอาไปซื้อทองคำมาสะสมน่าจะดี เพราะมันจะทำให้คุณมั่งคั่งและร่ำรวย ระยะยาว เสียอย่างเดียว คุณเอามาวางอวดใครที่หน้าบ้านไม่ได้ "จงเสพความร่ำรวยในใจคุณ และอิ่มเอมกับดอกเบี้ย" มากกว่า สุขใจกับคำเยินยอ..ในรถคันใหม่ ซึ่งไม่นานก็เก่า . //สุขภาพและการประกันภัย คนจนมักจะบอกว่า"เงินจะกินก็ไม่มี จะเอาเงินที่ไหนจ่ายค่าประกัน" คุณมี..แค่คุณไม่จัดสรร ในวันหนึ่งหากคุณเจ็บป่วย ..ไม่ว่าด้วยโรคธรรมดาหรือร้ายแรง คุณจำเป็นต้องมีเงิน คนรวยเห็นเรื่องนี้สำคัญมาก พวกเขาจ่ายเงินค่าประกัน..เพื่อรักษาสินทรัพย์ของพวกเขา เพื่อเป็นเครื่องประกันว่า..ชีวิตพวกเขามั่นคง "คนจนมองการทำประกันเป็นภาระ แต่คนรวยมองประกันเป็นการป้องกัน" . //ฉันคือคนจน คุณเชื่อหรือไม่ว่า..มีคนคิดแบบนี้จริงๆ พวกเราเอาการเกิดหรือพื้นฐานครอบครัวมาตัดสินอนาคตของตัวเอง ซ้ำร้ายบางครอบครัวยังสอนให้ลูกหลานของตัวเอง "อย่าคิดเกินตัว" ชาติกำเนิดหรือครอบครัว...ไม่ได้ตีกรอบคุณให้จน ความคิดคุณต่างหาก ถ้าคุณวกกลับไปอ่านประโยคแรก...ถ้าการเรียนเยอะทำให้ร่ำรวย คนจบ ดร. คงรวยทุกคน ..คุณจะเข้าใจมากยิ่งขึ้น . //ไม่มีสิ่งใครการันตีได้ว่าคุณจะรวย นอกจาก"ความคิดและการปฎิบัติตัวของคุณเอง" . ถ้าคุณกำลังคิดว่า ดิฉันมีพรสรรค์และเก่ง นั่นคือส่วนน้อยนิด..แต่ถ้าคุณติดตามสิ่งที่ดิฉันเขียนและทำทุกวัน คุณจะเข้าใจได้ว่าทำไมดิฉันสำเร็จ คุณหาอ่านเรื่องความล้มเหลวของดิฉันได้ เพราะเขียนไว้เหมือนกัน ...ส่วนเรื่องความสำเร็จนั้น คุณสัมผัสได้จากสิ่งที่ดิฉันแสดงออก // แบ่งปันความรู้ เท่ากับแบ่งปันโอกาส สิพิม พิวัธธงไชย

ดู 2 ครั้ง0 ความคิดเห็น